| ||
ที่น่าแปลกใจกลับกลายเป็นว่า ทำไมคนไทยจึงฮิตดูทีวีผ่านโทรศัพท์มือถือ
“ก่อนนี้รายการทีวีช่วงกลางวันไม่ดี ไม่มีคนดู คนเลยฟังแต่ FM ตอนนั้นทีวีพกพายังมีแต่ Family และการดูทีวีระหว่างเดินทางก็ยังไม่บูม” ฑิตพล จันทรอุไร Product Manager บริษัท สามารถ ไอโมบาย จำกัด ผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์ติดทีวีจูนเนอร์รายใหญ่ของไทยกล่าว " การสำรวจในอดีตพบว่าผู้ชมอนาล็อคทีวีไม่เน้นการเห็นภาพชัด ขอแค่มีเสียงก็พอ โดยผู้ชมทำใจว่าหากทีวีมีการเคลื่อนที่ก็ไม่สามารถชมภาพได้อยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมา รายการข่าวบางรายการมีการกระจายสัญญาณผ่านระบบวิทยุขณะที่รายการทีวีทั่วไป ยังไม่มี ผู้ชมจึงพลาดการฟังทั้งละครและรายการความบันเทิงอื่นๆ"
ความต้องการที่มีอยู่ บวกกับการเมืองและเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคงมีส่วนทำให้คนไทยไม่ต้องการพลาด ข้อมูลข่าวสารแม้ระหว่างการเดินทาง ส่งให้การชมรายการทีวีบนโทรศัพท์มือถือได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทันตาเห็น
“กระแส บ้านเมืองมีผลเยอะ รายการข่าวเรตติ้งดีมาก ช่วงเวลาไพรมไทม์ของรายการทีวีตอนนี้เปลี่ยนมาเริ่มตั้งแต่ 5-6 โมง หลังเลิกงาน จากก่อนนี้เริ่มที่หนึ่งทุ่ม” นายฑัศ เชาวนเสถียร ซีอีโอบริษัท ไวร์เลส แอดวานซ์ ซิสเต็ม จำกัด ผู้นำเข้าโทรศัพท์มือถือแบรนด์ G-NET ซึ่งมีส่วนแบ่งไม่น้อยในตลาดมือถือติดจูนเนอร์ทีวีไทย กล่าวยืนยัน
นับวันยิ่งโต
“3 ปีที่แล้วทีวีบนโทรศัพท์มือถือเริ่มมีในตลาด ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแต่ไม่มาก ตอนนั้นคนดูรายการทีวีตอนกลางวันเริ่มดี รายการดีขึ้น แต่โทรศัพท์มือถือติดทีวียังติดข้อจำกัด 2 ส่วน หนึ่งคือเสาสัญญาณที่ยังไม่มีใครออกแบบให้ฝังติดภายในโทรศัพท์ แต่แยกเป็นเสาออกนอกเครื่องและผู้ใช้ยังต้องยืดเสาขนาดใหญ่และยาวออกมา ไม่สะดวกต่อการใช้งาน สองคือประสิทธิภาพของชิปเซ็ตยังต่ำ รับสัญญาณไม่มั่นคง จับภาพได้แต่ถ้ามีการเคลื่อนที่ภาพก็ล้ม ยังไม่มีระบบล็อคสัญญาณแบบปัจจุบัน ต่างจังหวัดยังดูไม่ได้ แต่รุ่นใหม่พัฒนาให้สามารถดูได้แล้ว” ฑิตพลเล่า
ทีวีโมบายล์ในปัจจุบันนั้นแบ่งออกเป็น 2 ระบบ ได้แก่อนาล็อคและดิจิตอล ฑัศ เจ้าพ่อจีเน็ตอธิบายว่าอนาล็อคทีวีนั้นต้องตั้งเสาเพื่อใช้ในการกระจายและ รับสัญญาณ มีข้อเสียที่การดีเลย์ ขณะที่ดิจิตอลทีวีสามารถกระจายสัญญาณผ่านดาวเทียม มีให้บริการแล้วในรถยนต์แต่ราคายังแพง ขณะที่การดูทีวีผ่านเครือข่ายข้อมูลไร้สาย GPRS ยังไม่เสถียร ภาพกระตุกเมื่อมีทราฟฟิกมาก
จี เน็ตมองว่าอนาล็อคทีวียังมีอนาคตอีกยาวไกล ฝ่ายวิจัยของจีเน็ตจึงพัฒนาชิป TV Intelligence ให้สามารถรองรับได้ทั้งอนาล็อคและดิจิตอล มองว่าสามารถทำตลาดในแอฟริกาและชุมชนห่างไกลได้
“เราวิจัยมา 3 ปี มองว่าอนาล็อคยังมีอนาคต ชาวบ้านไม่มีเงินจ่ายแพงๆแน่ เราเลยพยายามพัฒนาชิปอนาล็อกที่มีคุณภาพ ไม่ใช่กระจอก ชิป TV Intelligence ถูกวิจัยให้รองรับเสาสัญญาณใน 47 จังหวัดของประเทศไทย เป็นตัวเลขที่เพียงพอแล้วสำหรับจำหน่ายในประเทศ สามารถชมภาพในกรุงเทพชัดที่สุด ชัดว่าทีวีที่บ้านอีก เราทำชิปเพื่อจำหน่ายให้ผู้ผลิตรายอื่นด้วย เน้นรองรับเครือข่ายสัญญาณโทรฑัศน์ในประเทศเครือจักรภพ เช่นอินโดนีเซีย ซึ่งหากเป็นเครือข่ายประเทศอื่นอย่างไต้หวัน ก็จะไม่สามารถชมได้ชัดเพราะเป็นการกระจายสัญญาณคนละระบบ”
ความ เห็นนี้สอดคล้องกับฑิตพล โดยฑิตพลบอกว่าดิจิตอลทีวีจะเข้าสู่ประเทศไทยในอนาคตก็จริง แต่ต้องใช้เวลาอีกนาน โดยมั่นใจว่าระบบดิจิตอลทีวีจะยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่ระบบอนาล็อคได้ใน 2-3 ปีนี้ เนื่องจากผู้ให้บริการจะต้องใช้ใบอนุญาตในการให้บริการ ซึ่งยังต้องมีการหารือต่อเนื่องในอนาคต
“เชื่อว่าประชากรโลก 2 ใน 3 จะไม่ได้เห็นดิจิตอลทีวีง่ายๆ เราคงไม่สามารถคลุมได้ทั้งหมดแต่คิดว่าในอนาคตยอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือดู ทีวีของจีเน็ตจะเพิ่มเป็นหลักล้านเครื่องต่อเดือน เชื่อว่ารากหญ้าจะช่วยผลักดันตลาดอย่างมาก” ฑัศบอก “ดิจิตอลทีวีทำให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบได้ ผู้ให้บริการจะสามารถจัดกิจกรรมให้ผู้ชมร่วมสนุกในรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่ง ขึ้น”
“ผู้ ผลิตระดับโลกอย่างโนเกีย ซัมซุง หรือโซนีอิริกสันนั้นไม่ทำอนาล็อคทีวี แต่ทำระบบดิจิตอลทีวีล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ตรงนี้ไอโมบายมองว่าเป็นโอกาส ฐานตลาดมีแล้วเราเลยมุ่งที่อนาล็อคทีวีมาป้อนตลาด ฐานตลาดเราคือคนที่ฟังวิทยุ FM ทั้งหมด” ฑิตพลมั่นใจ
TV จะแทนที่ FM ?
“ตอนนี้ไอโมบายพัฒนาให้ความสามารถในการล็อคภาพ การชมทีวีเคลื่อนที่ในต่างจังหวัดทำได้แล้ว เราทำออโตพรีเซ็ตให้เลยซึ่งถ้าไปต่างจังหวัดระบบจะหาคลื่นให้โดยที่ผู้ใช้ ไม่ต้องจูนเอง เหลือเพียงทำให้ราคาไม่แตกต่างจากโทรศัพท์ที่ไม่มีทีวี ถ้าทำได้ก็ดี คือทำให้ผู้ใช้ได้โทรศัพท์มือถือที่มีทั้งทีวีและ FM ในราคาที่ไม่ต่าง ตอนนี้ถ้าเป็นมือถือไอโมบายรุ่นมีกล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซล ไม่มีทีวีจะอยู่ที่ 4,900 บาท แต่ถ้ามีทีวีราคา 5,900 บาท ยังต่างกันอยู่ประมาณ 1,000 บาท”
ฑิตพลยอมรับว่าเรื่องเศรษฐกิจมีผลกระทบต่อยอดขายโทรศัพท์มือถือแน่ นอน จึงเตรียมแผนรักษาความต้องการในตลาดให้ได้อย่างเดิม จุดขายยังวางไว้ที่ราคาที่ลูกค้าทุกกลุ่มซื้อได้ มีการแบ่งเซกเมนท์โทรศัพท์ด้วยรุ่น และทำให้ฟังก์ชันดูทีวีเป็นฟังก์ชันพื้นฐานเหมือนวิทยุ FM ในโทรศัพท์มือถือ
“ไม่มีการสำรวจยอดขายโทรศัพท์มือถือดูทีวีของไอโมบายทั้งหมด แต่เฉพาะรุ่น 626 วางจำหน่ายในเดือนกรกฏาคม ปีที่ผ่านมานั้นมียอดขายราว 30,000 เครื่องต่อเดือน“ ฑิตพลกล่าวโดยเสริมว่า ไอโมบายมีแนวคิดว่าฟังก์ชั่นทีวีสำคัญกว่าอินเทอร์เน็ต ซึ่งที่ผ่านมาไอโมบายออกสมาร์ทโฟนที่สามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้แล้ว แต่มองว่าเป็นช่องทางในการใช้งานแบบฉุกเฉิน และชั่วคราวเท่านั้น
ด้าน จีเน็ต ฑัศบอกว่าเริ่มจำหน่ายโทรศัพท์มือถือไม่นาน แต่การเติบโตเฉลี่ยเป็นตัวเลขสองหลักหรือดับเบิลดิจิต “ช่วงแรกจำหน่ายได้หลักพันเครื่อง จากนั้นเพิ่มมาเป็นหลักหมื่น อนาคตเชื่อว่าจะเป็นหลักแสน”
ฑิตพลเชื่อว่ายอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือดูทีวีในปี 2009 จะมียอดไม่ต่ำกว่า 2 ล้านเครื่อง วิธีการชิงเค้กคือหาวิธีที่ทำให้ลูกค้าทุกกลุ่มซื้อได้ ขณะที่ฑัศมองว่าอีก 2 ปีข้างหน้า ยอดใช้โทรศัพท์มือถือดูทีวีจะกินสัดส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโทรศัพท์มือถือรวมทั้งหมดในแต่ละปี ซึ่งสถิติปีนี้อยู่ที่ 8 ล้านเครื่อง คิดว่าน่าจะอยู่ที่ 2 ล้านเครื่อง
อนาคตต้องทนทาน
“แนวทางพัฒนาโทรศัพท์มือถือในอนาคตของไอโมบายคือการพัฒนาให้เครื่อง มีขนาดไม่ใหญ่ ซึ่งเห็นได้จากโทรศัพท์มือถือดูทีวีที่เข้ามาทางจีนจะมีขนาดใหญ่ และคุณภาพไม่ทนทาน ขณะเดียวกันก็มีปัญหาปุ่มไม่เป็นมาตรฐาน ใช้งานไม่สะดวก ซึ่งจุดนี้ไอโมบายมองว่าปุ่มควบคุมต่างๆจะยังเป็นแบบเดิมต่อไป” ฑิตพลกล่าว โดยบอกว่าไอโมบายมีแผนทำโทรศัพท์มือถือทัชสกรีนด้วย เชื่อว่าจะสามารถแข่งขันกับโนเกียได้
“ตอน นี้เราไปเปิดตลาดโทรศัพท์มือถือดูทีวีในอินโดนีเซียและเวียดนาม เป้าหมายในปีหน้าคือต้องเหนือกว่าแบรนด์อื่น คุณภาพต้องเทียบเท่าผู้ผลิตระดับโลก เราจะเลือกโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานเหมือนกับผู้ผลิตเหล่านั้น ทั้งส่วนประกอบอย่างจอภาพ ระบบความบันเทิง หรือระบบเสียงจะต้องเลือกแบบที่ดีที่สุด ถ้าบ้านเรามีโอกาสไปดิจิตอลทีวีไอโมบายก็อยากทำ ซึ่งเราเตรียมความพร้อมเรื่องระบบหรือชิตเซ็ตไว้แล้ว”
ขณะที่จีเน็ตจะพัฒนาให้โทรศัพท์มือถือดูทีวีสามารถอัดรายการทีวีได้ ในคุณภาพ MPEG4 โดยฑัศบอกว่าจะพัฒนาให้สามารถใช้งานเสาสัญญาณในตัวเครื่อง ตอนนี้ทำสำเร็จและวางจำหน่ายแล้ว
“ประโยชน์จะไม่ได้จำกัดเฉพาะในฟังก์ชันทีวีเท่านั้น แต่จะทำให้ผู้ใช้เปิดวิทยุ FM โดยไม่ต้องมีสมอลทอล์กด้วย”
0 comments:
Post a Comment