เปิดตัว iphone

เปิดตัวไอโฟน






ย้อนกลับไปวันอังคารที่ 9 มกราคม 2007 ได้มีงาน Macworld ซึ่งจัดขึ้นที่ San Francisco งาน Macworld นั้นเป็นงานที่แถลงข่าว หรือเปิดตัวสินค้าผลิตภัณฑ์จาก Apple ใหม่ๆ ทั้ง Hardware และ Software ภายในงาน Macworld San Francisco 2007 นั้น นอกจากการประกาศเครื่องแมคที่ใช้ intel CPU processor, AppleTV และการเปลี่ยนชื่อจาก Apple Computer, Inc. ไปเป็น Apple Inc. แล้ว สิ่งที่ Steve Job ได้หยิบมานำเสนออีก นั่นคือ iPhone โดยทาง Apple ได้มองถึงการเติบโตของตลาดในช่วงปี 2006 ที่ผ่านมา เห็นได้ว่าอุปกรณ์ในกลุ่ม Mobile Phones นั้นมีอัตราการเติบโตสูงกว่า Game Consoles, Digital Cameras, MP3 Players และ PCs ซึ่งตรงนี้หากท่านใดที่อยู่ในแวดวงไอทีน่าจะพอทราบ "ข่าวลือ" ของอุปกรณ์โทรศัพท์จาก Apple กันมาพอสมควร แม้จะไม่น่าแปลกใจที่ทาง Apple เปิดตัวไอโฟนพร้อมกระโดดเข้ามายังตลาด Mobile Phones



ก่อนที่เราจะซื้อสินค้าสักชิ้นนั้น เราควรศึกษาสักนิด อย่าได้ตามกระแสจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้เราเสียใจในภายหลังได้ บทความนี้ ผมแปลและเรียบเรียงจาก keynote ของงาน Macworld San Francisco 2007 ท่านใดที่ต้องการชมเต็มๆ ลองหาในเว็บ www.apple.com หรือ iTunes ได้ครับ สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อจากบทความนี้ก็คือ ข้อมูลหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้าน Hardware และ Software ของไอโฟนนั้น ถูกประกาศตั้งแต่ต้นปี ซึ่งหลายท่านที่เคยดู Keynote ไฟล์นี้กันมาแล้ว อาจจะทราบกันตั้งแต่ยังไม่ได้สัมผัสไอโฟนจริงๆ เสียอีก บางคุณสมบัติ หากไม่ได้มีการอธิบายอย่างละเอียดในคู่มือ แต่มันก็ถูกนำเสนอไปก่อนหน้านั้นแล้ว จึงไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกใหม่แต่อย่างใด ก่อนจะไปเข้าถึงรายละเอียดลึกๆ ของไอโฟน เรามาทำความรู้จักกับไอโฟน อย่างที่ Steve Job อยากนำเสนอให้เรารู้จักพื้นฐาน และเรียนรู้การใช้งานเบื้องต้นกันดีกว่าครับ

หมายเหตุ
ตัวเลขทางด้านหน้า หมายถึงเวลาที่อ้างอิงจาก keynote ครับ

ป.ล.อังคารที่ 9 (มกราคม) นั้นถูกนำมาใช้เป็นรูป Calendar บนกล่องไอโฟน



เกริ่นนำ เร่ิมจากประวัติสินค้าของ Apple (27:05) 1984 - Macintosh Computer ออกมาให้เราได้ใช้งานกัน

(27.24) 2001 - iPod รุ่นแรกออกมาแสดงตัว

(27.50) ปัจจุบัน (2007) - 3 Revolution Product อันได้แก่ (27.56) 1.Widescreen iPod with touch controls

(28.13) 2.Revolutionary mobile phone

(28.29) 3. Breakthrough Internet communicator

(28.40) มองง่ายๆ ก็คือ iPod, Phone และ Internet

(29.10) ทั้ง 3 อย่าง ไม่ได้เป็นอุปกรณ์แยกกัน แต่รวมเป็นอุปกรณ์เพียงตัวเดียว ซึ่งจะถูกเรียกว่า iPhone

(29.31) ก่อนจะได้เห็นหน้าตา iPhone กัน Steve Job ก็เล่นมุขแบบนี้

หลังจากนั้นก็มาเริ่มถึงตัว iPhone กัน โดยเริ่มจาก (31.16) ส่วนแรก Revolutionary UI

(32.12) จากข้อจำกัดในเรื่อง keyboard ที่ไม่สามารถเปลี่ยนหรือกำหนดการทำงาน

(33.10)ไม่ต้องการ stylus

(33.32) New technology ที่เรียกว่า "Multi-Touch"

(35.21) ส่วนที่ 2 คือ Operation System (OS) ไอโฟนทำงานโดยใช้ Mac OS X

(35.50) ไอโฟนใช้ software ที่เป็นระดับ Desktop class Applications & networking

(36.54) Sync with iTunes. Just like iPod

(37.32) การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ iTunes สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น Music, AudioBooks, Podcasts, Movies, TV Shows, Music Videos, Contacts, Calendars, Photos, Notes, Bookmarks และ Email accounts

(38.04) ส่วนที่ 3 คือเรื่อง Design

(38.10) หน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว (วัดตามเส้นทแยงมุม)

(38.18) หน้าจอความละเอียด 160 ppi (pixel per inch)

(38.27) Only one button - "Home". Take your home everywhere you are.

(38.37) ไอโฟนหนา 11.6 มิลลิเมตร

(38.45) Ring / Silent Button

(38.48) Volume Button

(38.55) 2 Megapixel Camera

(39.05) Headset jack (3.5 มิลลิเมตร มาตรฐาน)

(39.10) SIM Card

(39.14) Sleep - Wake Button

(39.24) Speaker

(39.25) Microphone

(39.27) "iPod" connector

(39.39) 3 sensor (39.40) Proximity sensor เมื่อยกไอโฟนขึ้นมาคุยโทรศัพท์ sensor จะทำการปิดหน้าจอโดยอัตโนมัติ เพื่อประหยัดพลังงาน และป้องกันการสัมผัสหน้าจอโดยไม่ตั้งใจ เมื่อยกไอโฟนออกจากหู sensor ก็จะเปิดหน้าจอกลับมาโดยอัตโนมัติ

(40.03) Ambient light sensor จะปรับระดับความสว่างที่เหมาะสม กับสถานที่ต่างๆ โดยอัตโนมัติ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน และการแสดงผลที่ถูกต้องอย่างตลอดเวลา

(40.13) Accelerometer วัดระนาบของไอโฟนแล้วนำไปประมวลผล เพื่อการแสดงผลในแนวตั้ง และแนวนอนโดยอัตโนมัติ

มาต่อกันด้วย 3 ส่วนหลักของไอโฟน ซึ่งประกอบไปด้วย iPod, Phone และ Internet (41.02) คุณสมบัติในส่วนของ iPod อันได้แก่ Touch your music, Widescreen video, Find your music even faster, Gorgeous album art, Built-in speaker และ Cover Flow

(41.43) Demo สาธิตการใช้งาน เร่ิมจากเปิดเครื่องด้วยปุ่ม sleep - wake button

(41.50) Unlock iPhone ด้วยการใช้นิ้วสไลด์แถบด้านล่าง

(41.53) Home screen

(50.35) คุณสมบัติในส่วนของ Phone อันได้แก่ Killer app is making calls, Use Contacts like never before, Visual Voicemail, Excellent audio quality, Quad-band GSM + EDGE และ Wi-Fi and Bluetooth 2.0

(53.32) Conference Call

(56.15) Visual Voicemail

(57.31) SMS (Text)

(57.54) Virtual Keyboard

(58.56) Photo Library

(59.49) Zoom In

(59.53) Zoom Out

(1.02.47) คุณสมบัติในส่วนของ Internet อันได้แก่ Rich HTML email, Safari web browser, Google Maps, Widgets และ Wi-Fi + EDGE networking

(1.03.24) Mail ซึ่งสนับสนุนทั้ง IMAP และ POP3

(1.08.20) Safari สามารถแสดงได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แสดงผลได้เต็มรูปแบบ เช่นเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถ Zoom In, Zoom Out ได้เช่นเดียวกับ Photo สามารถ scroll ได้ทั้งสี่ทิศทาง และยังสามารถดับเบิ้ลแทป เพื่อซูมตัวอักษรได้อีกด้วย

(1.11.06) Stock

(1.12.01) Weather

(1.12.49) Maps (Google Maps)

(1.16.50) Google search built-in Safari

(1.28.25) Stereo Headphone with Microphone

(1.28.46) Bluetooth Accessory

(1.29.15) Battery Life

(1.32.45) Prices

(1.33.13) Shipping in US June 2007, Europe Q4 2007 and ASIA 2008

ที่มา:http://www.thaiiphoneclub.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=4

0 comments: