โนเกียเล็งธุรกิจจ่ายเงินทางมือถือในประเทศโลกที่สาม




โนเกีย (Nokia) ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเบอร์หนึ่งของโลกเทเงินครั้งใหญ่เพื่อซื้อบริษัทเกิด ใหม่ในแคลิฟอร์เนีย บริษัทนี้มีความสามารถโดดเด่นที่การให้บริการชำระเงินทางโทรศัพท์มือถือใน ประเทศกำลังพัฒนา การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าโนเกียกำลังมองเห็นโอกาสเติบโตในธุรกิจ โมบายล์เพย์เมนท์ของประเทศโลกที่สาม

บริษัทให้บริการระบบชำระเงินทางโทรศัพท์มือถือหรือโมบายล์เพย์เมนท์ ที่โนเกียซื้อไปนี้มีชื่อว่าโอโบเพย์ (Obopay) รายงานระบุว่าโนเกียไม่เปิดเผยจำนวนเงินที่ใช้ซื้อโอโบเพย์อย่างเป็นทางการ แต่จากเอกสารซึ่งโอโบเพย์รายงานต่อทางการสหรัฐฯนั้นระบุว่า บริษัทมีรายรับราว 70 ล้านเหรียญสหรัฐจากการจำหน่ายหุ้น โดยในเอกสารระบุด้วยว่าประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจองค์กรของโนเกียนามเทปโป ปาอาโวโล (Teppo Paavolo) จะนั่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารโอโบเพย์ด้วย

โอลิเวีย ค็อกเน็ต (Olivier Cognet) หนึ่งในทีมพัฒนาธุรกิจของโนเกียให้ข้อมูลว่า การลงทุนครั้งนี้ใช้เงินจากกองทุนในนามบริษัทโนเกียเอง ไม่ใช่เงินจากหน่วยลงทุนซึ่งโนเกียมักใช้ซื้อบริษัทอื่นๆ เหตุผลเพราะโนเกียต้องการดำเนินงานกับโอโบเพย์อย่างใกล้ชิด

บริการโอโบเพย์นี้เปิดให้บริการแล้วในสหรัฐอเมริกาและอินเดีย เป็นบริการที่ทำให้ประชาชนสามารถชำระค่าบริการด้วยการส่งข้อความสั้นเอสเอ็ม เอสหรือผ่านแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ ความพิเศษคือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเงินฝากธนาคารหรือบัตรเครดิต เพราะสามารถเปิดบัญชีกับโอโบเพย์ได้ ถือเป็นการลดช่องว่างในการทำธุรกรรมการเงินบนโทรศัพท์มือถือของประชากรใน ประเทศกำลังพัฒนาที่บางส่วนยังไม่มีบัญชีธนาคาร

คา รอล รีลินี (Carol Realini) ซีอีโอของโอโบเพย์ ระบุว่าโลกในปัจจุบันยังมีช่องว่างในตลาดธุรกรรมทางการเงินขนาดใหญ่ เนื่องจากจำนวนบัญชีธนาคารทั่วโลกในขณะนี้มีมีประมาณ 1 พันล้านบัญชีเท่านั้น จากประชากรโลกที่มีอยู่กว่า 4 พันล้านคน เท่ากับประชากรที่เหลือไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการการเงินของธนาคาร

รีลินีก่อตั้งโอโบเพย์ขึ้นหลังจากเดินทางท่องเที่ยวในแอฟริกา ซึ่งเธอสังเกตว่าโทรศัพท์มือถือถูกใช้งานอย่างแพร่หลายแต่ระบบการเงินกลับ เดินทางไปไม่ถึงในพื้นที่หลายแห่ง โดยรีลินีเชื่อว่าการลงทุนของโนเกียจะช่วยให้โอโบเพย์ขยายตลาดออกไปทั่วโลก ได้รวดเร็ว และจะทำให้โอโบเพย์สามารถพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่ง ขึ้น

แน่ นอนว่าไม่ใช่เพียงรีลินีเท่านั้นที่เห็นโอกาสเติบโตในธุรกิจให้บริการชำระ เงินทางโทรศัพท์มือถือแบบไม่ต้องใช้บัญชีธนาคาร เพราะผู้ให้บริการเครือข่ายมากกว่า 12 ประเทศกำลังพัฒนา นั้นเริ่มให้บริการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือแก่ประชาชนรายได้น้อยแล้วในขณะ นี้ โดยการสำรวจโดยศูนย์การเงิน CGAP และบริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company พบว่าตลาดธุรกิจการเงินบนโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้ที่ห่างไกลธนาคาร จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นแตะระดับ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯในอีก 3 ปีข้างหน้า

0 comments: